เอกสารทางกฎหมาย

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เอกสารฉบับนี้อธิบายว่า CleanTax Accounting เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร รวมถึงสิทธิที่ท่านมีตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

วันที่มีผลใช้บังคับ 21 กันยายน 2569 ฉบับที่ 1.1 ปรับปรุงล่าสุด 21 กันยายน 2569

ขอบเขตของนโยบายและสถานะของเรา

นโยบายฉบับนี้ใช้กับเว็บไซต์ของ CleanTax Accounting และระบบบัญชีออนไลน์ ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว (รวมเรียกว่า “บริการ”)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริการของเราแบ่งออกเป็น สองกลุ่มที่แยกจากกันชัดเจน และเรามีสถานะทางกฎหมายต่างกันในแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการใช้สิทธิของท่าน

กลุ่มข้อมูล สถานะของเรา หมายความว่า
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้
ข้อมูลของท่านในฐานะผู้สมัครและใช้งานระบบ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 6
เราเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเก็บอะไรและใช้ทำอะไร ท่านใช้สิทธิตามข้อ 09 กับเราได้โดยตรง
ข้อมูลที่ท่านนำเข้าระบบ
ข้อมูลลูกค้า ผู้ขาย ลูกจ้าง และผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายของกิจการท่าน
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 6 และ 40
กิจการของท่านเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนเราเป็นเพียงผู้เก็บรักษา และประมวลผลตามคำสั่งของท่าน เราไม่นำข้อมูลกลุ่มนี้ไปใช้เพื่อการอื่นใดทั้งสิ้น

สำหรับลูกจ้างและคู่ค้าของกิจการที่ใช้ระบบของเรา: หากท่านเป็นเจ้าของข้อมูลในกลุ่มที่สอง — เช่น เป็นลูกจ้างที่นายจ้างบันทึกข้อมูลไว้ในระบบ — ผู้ที่ท่านต้องใช้สิทธิด้วยคือ กิจการที่เป็นนายจ้างหรือคู่ค้าของท่าน ไม่ใช่เรา

หากท่านติดต่อมาที่เราโดยตรง เราจะส่งเรื่องต่อให้กิจการนั้นภายใน 7 วัน และจะแจ้งให้ท่านทราบว่าได้ส่งต่อแล้ว แต่เราไม่มีอำนาจแก้ไขหรือลบข้อมูล ของกิจการอื่นเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้าของกิจการ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและช่องทางติดต่อ

ตามมาตรา 23 (5) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เราขอแจ้งรายละเอียดของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
นายสหรัฐ ทองกร
ผู้ให้บริการในนาม CleanTax Accounting
อีเมล
saharat.thongkorn@gmail.com
โทรศัพท์
099-440-3041
LINE Official Account
@957fqiyu

ท่านสามารถติดต่อเราตามช่องทางข้างต้นได้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการสอบถาม การใช้สิทธิตามข้อ 09 หรือการร้องเรียน หากท่านประสงค์จะติดต่อหรือส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร โปรดแจ้งความประสงค์มาทางอีเมลหรือโทรศัพท์ข้างต้น เราจะแจ้งที่อยู่สำหรับจัดส่งให้ท่านทราบ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม

ก. ข้อมูลที่ท่านให้ไว้โดยตรง

ประเภท รายการข้อมูล
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ที่อยู่อีเมล · รหัสผ่าน · สถานะการยืนยันอีเมล · รหัสประจำตัวผู้ใช้ที่ระบบสร้างขึ้น
ข้อมูลกิจการ ชื่อกิจการ · เลขประจำตัวผู้เสียภาษี · ที่อยู่ · ข้อมูลติดต่อ · ชื่อและลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม · ตราสัญลักษณ์ของกิจการ
ข้อมูลที่ท่านนำเข้าระบบ ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้าและผู้ขาย · ชื่อ เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และข้อมูลค่าจ้างของลูกจ้าง · ข้อมูลผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

เราไม่เห็นรหัสผ่านของท่าน — การยืนยันตัวตนดำเนินการผ่านบริการ Firebase Authentication ของ Google ซึ่งเก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่ผ่านการเข้ารหัสทางเดียว ระบบของเราได้รับเพียงผลการยืนยันตัวตนเท่านั้น ไม่เคยได้รับตัวรหัสผ่าน และเราไม่มีวิธีใดที่จะอ่านรหัสผ่านของท่านได้

ข. ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ

ประเภท รายการข้อมูล
บันทึกการใช้งานระบบ วันและเวลา · รหัสผู้ใช้และอีเมลของผู้ทำรายการ · ประเภทรายการที่ทำ · เลขที่เอกสารและจำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง · หมายเลขไอพีที่ใช้เชื่อมต่อ
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หมายเลขไอพี · วันและเวลาที่เข้าใช้ระบบ · ที่อยู่ของหน้าที่เรียกดู · ผลการตอบกลับของเซิร์ฟเวอร์ — จัดเก็บเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น

เราออกแบบระบบบันทึกการใช้งานให้ ตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกตั้งแต่ต้นทาง — รหัสผ่าน โทเคนยืนยันตัวตน ไฟล์ภาพตราสัญลักษณ์ และไฟล์ภาพลายมือชื่อ จะไม่ถูกบันทึกลงในบันทึกการใช้งานไม่ว่ากรณีใด และข้อความที่ยาวเกินความจำเป็นจะถูกตัดทอนโดยอัตโนมัติ ตามหลักการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นในมาตรา 22

ค. ข้อมูลที่เราไม่เก็บ

  • ข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 — เราไม่เก็บข้อมูลเชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลพันธุกรรม หรือข้อมูลชีวมิติ
  • ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต — ระบบของเราไม่มีการรับชำระเงินออนไลน์ จึงไม่มีการเก็บข้อมูลบัตรใด ๆ ทั้งสิ้น
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง — เว็บไซต์และระบบของเราปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง กล้อง และไมโครโฟนไว้ในระดับเบราว์เซอร์
  • ข้อมูลเพื่อการโฆษณาติดตามพฤติกรรม — ดูรายละเอียดในข้อ 05

วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้เท่านั้น หากเราจะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากนี้ เราจะแจ้งและขอความยินยอมจากท่านก่อนเสมอ

วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย อ้างอิง
ให้บริการระบบบัญชีตามที่ท่านสมัครใช้งาน สร้างและจัดเก็บเอกสารของกิจการ คำนวณภาษีและจัดทำรายงาน ความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา ม. 24 (3)
ยืนยันตัวตนผู้ใช้ ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบย้อนหลังเมื่อเกิดข้อพิพาทเรื่องเอกสาร และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ม. 24 (5)
จัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องจัดเก็บ ปฏิบัติตามกฎหมาย — พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 ม. 24 (6)
เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎหมาย — พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และประมวลรัษฎากร ม. 24 (6)
ติดต่อท่านเรื่องการใช้บริการ แจ้งเหตุขัดข้อง แจ้งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และตอบข้อซักถาม ความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญา และประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ม. 24 (3) (5)
ส่งข่าวสารการตลาดหรือข้อเสนอบริการอื่นที่ท่านไม่ได้ร้องขอ ความยินยอม — เราจะขอความยินยอมแยกต่างหาก และท่านถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ ม. 19

เราไม่ขาย ไม่ให้เช่า และไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบุคคลใด และเราไม่นำข้อมูลทางบัญชีหรือข้อมูลลูกค้าของกิจการท่าน ไปวิเคราะห์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าใด ๆ ของเราเอง

คุกกี้และการเก็บข้อมูลในเครื่องของท่าน

เว็บไซต์แนะนำบริการของเรา ไม่มีการใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์หรือการโฆษณาใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเครื่องมือวัดสถิติผู้เข้าชม ไม่มีพิกเซลติดตามจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ และไม่มีการแบ่งปันพฤติกรรมการเข้าชมของท่านกับบุคคลที่สาม

ในส่วนของระบบบัญชีที่ต้องเข้าสู่ระบบ เราใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในเบราว์เซอร์ของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้เท่านั้น

  • คงสถานะการเข้าสู่ระบบ — เพื่อให้ท่านไม่ต้องกรอกรหัสผ่านใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนหน้า จัดการโดยบริการยืนยันตัวตนของ Google
  • จดจำการตั้งค่าการแสดงผล — เช่น บริษัทที่ท่านเลือกใช้งานอยู่ และตัวกรองที่ท่านตั้งไว้ในตาราง

ข้อมูลทั้งสองประเภทนี้เป็นข้อมูลที่ จำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการ หากไม่มี ระบบจะใช้งานไม่ได้เลย จึงไม่ต้องขอความยินยอมตามแนวปฏิบัติเรื่องคุกกี้ ทั้งนี้ท่านสามารถลบข้อมูลดังกล่าวได้เองจากการตั้งค่าเบราว์เซอร์ทุกเมื่อ โดยผลที่ตามมาคือท่านจะต้องเข้าสู่ระบบใหม่

การเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลอื่น

เราเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลภายนอกเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ โดยผู้รับข้อมูลทุกรายมีหน้าที่รักษาความลับและใช้ข้อมูลได้เฉพาะตามที่เรากำหนด

ผู้รับข้อมูล ข้อมูลที่ได้รับ เหตุผล
Google Cloud Platform และ Firebase
(Google Asia Pacific)
ข้อมูลทั้งหมดที่จัดเก็บในระบบ และข้อมูลการยืนยันตัวตน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ฐานข้อมูล และระบบยืนยันตัวตนของเรา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(บริการข้อมูลนิติบุคคล)
เฉพาะ เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ที่ท่านกรอกเพื่อกดค้นหาเท่านั้น ใช้ดึงชื่อและที่อยู่ของนิติบุคคลมากรอกในฟอร์มให้อัตโนมัติ — ระบบตรวจสอบก่อนส่งทุกครั้งว่าเลขที่กรอกเป็นเลขนิติบุคคลจริง หากเป็นเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลธรรมดา ระบบจะปฏิเสธและไม่ส่งออกไป
หน่วยงานรัฐตามกฎหมาย เฉพาะข้อมูลที่ระบุในคำสั่งหรือหมายที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อมีคำสั่งศาล หมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหน้าที่ตามกฎหมายที่เราต้องปฏิบัติตาม

ในกรณีที่เรารับทำบัญชีให้ท่านตามบริการเสริม ผู้ทำบัญชีของเราจะเข้าถึงข้อมูลของกิจการท่าน เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานตามที่ท่านมอบหมาย และการเข้าถึงทุกครั้งจะถูกบันทึกไว้ในระบบ

การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

ข้อมูล จัดเก็บที่
ข้อมูลกิจการและเอกสารทางบัญชีทั้งหมด
รวมถึงข้อมูลลูกค้า ผู้ขาย และลูกจ้างที่ท่านนำเข้าระบบ
ภายในราชอาณาจักรไทย — ศูนย์ข้อมูลของ Google Cloud ในกรุงเทพมหานคร ทั้งฐานข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้
อีเมล รหัสผ่านที่ผ่านการเข้ารหัส และประวัติการเข้าสู่ระบบ
บริการ Firebase Authentication ของ Google ซึ่งเป็นบริการระดับสากล ข้อมูลส่วนนี้ อาจถูกจัดเก็บหรือประมวลผลนอกราชอาณาจักร

สำหรับข้อมูลที่อาจถูกส่งออกนอกราชอาณาจักรตามตารางข้างต้น การส่งดังกล่าวได้รับ ความคุ้มครองตามข้อสัญญามาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ Google กำหนดไว้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามมาตรา 28

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

ประเภทข้อมูล ระยะเวลา
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ตลอดระยะเวลาที่ท่านยังใช้บริการ และลบเมื่อครบ 90 วันนับจากวันที่ท่านแจ้งเลิกใช้บริการ
ข้อมูลกิจการและเอกสารทางบัญชี ตลอดระยะเวลาที่ท่านยังใช้บริการ · เมื่อท่านสั่งลบกิจการออกจากระบบ ข้อมูลทุกประเภทของกิจการนั้นจะถูกลบออกทันที
สำเนาเอกสารที่ลบ (สำหรับปุ่มเลิกทำ) 15 นาที นับจากเวลาที่ลบ จากนั้นระบบลบสำเนาทิ้งโดยอัตโนมัติ
บันทึกการใช้งานระบบ เก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่กิจการยังอยู่ในระบบ และถูกลบไปพร้อมกับข้อมูลของกิจการ
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ 90 วัน ตามที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 26 กำหนด เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เก็บนานกว่านั้น
ข้อมูลสำรองของระบบ 7 วัน แบบหมุนเวียน สำรองอัตโนมัติวันละครั้งเพื่อใช้กู้คืนกรณีระบบขัดข้อง

ก่อนสั่งลบกิจการออกจากระบบ โปรดดาวน์โหลดข้อมูลของท่านเก็บไว้ก่อนเสมอ

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 14 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี การลบข้อมูลออกจากระบบของเราไม่ได้ทำให้หน้าที่ตามกฎหมายข้อนี้หมดไป และเมื่อข้อมูลถูกลบแล้วเราไม่สามารถกู้คืนให้ได้

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิตามหมวด 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

สิทธิ รายละเอียด อ้างอิง
ขอเข้าถึงและขอรับสำเนา ขอทราบว่าเรามีข้อมูลใดของท่านบ้าง และขอรับสำเนาข้อมูลนั้น รวมถึงขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ไว้เอง ม. 30
ขอให้โอนย้ายข้อมูล ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ หรือขอให้ส่งต่อไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น ม. 31
ขอคัดค้านการประมวลผล คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เราดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ม. 32
ขอให้ลบหรือทำให้ไม่ระบุตัวตน ขอให้ลบข้อมูล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่อาจระบุตัวท่านได้ เมื่อหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์เดิม ม. 33
ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ขอให้หยุดใช้ข้อมูลชั่วคราว เช่น ระหว่างที่กำลังตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตามคำขอของท่าน ม. 34
ขอให้แก้ไขให้ถูกต้อง ขอให้แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่สมบูรณ์ ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ม. 35
ขอถอนความยินยอม ถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้เมื่อใดก็ได้ โดยไม่กระทบการประมวลผลที่ได้ทำไปแล้วโดยชอบก่อนการถอน ม. 19

วิธีใช้สิทธิ

ท่านสามารถใช้สิทธิข้างต้นได้โดยติดต่อเราตามช่องทางในข้อ 02 โปรดระบุสิทธิที่ต้องการใช้และข้อมูลที่เพียงพอให้เราตรวจสอบตัวตนของท่านได้ เราอาจขอเอกสารยืนยันตัวตนเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นแอบอ้างใช้สิทธิแทนท่าน

เราจะดำเนินการและแจ้งผลให้ท่านทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ การใช้สิทธิไม่มีค่าใช้จ่าย หากเราปฏิเสธคำขอ เราจะแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรและบันทึกการปฏิเสธนั้นไว้

ข้อจำกัดที่ท่านควรทราบ: ในบางกรณีเราอาจไม่สามารถลบข้อมูลตามคำขอได้ทั้งหมด เช่น ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่กฎหมายบังคับให้เก็บไว้ 90 วัน หรือข้อมูลที่จำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ในกรณีเช่นนี้เราจะแจ้งเหตุผลและระยะเวลาที่ข้อจำกัดนั้นจะสิ้นสุดให้ท่านทราบ

มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

เราจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามมาตรา 37 (1) ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงการบริหารจัดการ โดยมาตรการหลักมีดังนี้

  • เข้ารหัสระหว่างรับส่ง — ทุกการเชื่อมต่อระหว่างเบราว์เซอร์ของท่านกับระบบของเราใช้การเข้ารหัส และเว็บไซต์บังคับให้เชื่อมต่อผ่านช่องทางที่เข้ารหัสเท่านั้น
  • แยกข้อมูลรายกิจการอย่างเด็ดขาด — ทุกคำขอต้องผ่านการตรวจสอบทั้งตัวตนของผู้ใช้และความเป็นเจ้าของกิจการนั้นก่อนเสมอ การรู้ลิงก์หรือรหัสของกิจการอื่นไม่ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้
  • เบราว์เซอร์เขียนฐานข้อมูลโดยตรงไม่ได้ — การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทุกรายการต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ตรวจสอบความถูกต้องทางบัญชีก่อน แม้ผู้ใช้จะแก้ไขหน้าเว็บในเครื่องตนเองก็ไม่สามารถข้ามด่านนี้ได้
  • บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่แก้ไขย้อนหลังไม่ได้ — การสร้าง แก้ไข และลบเอกสารทุกครั้งถูกบันทึกโดยเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้อ่านประวัติของตนเองได้แต่ลบหรือแก้ไขไม่ได้
  • เก็บเท่าที่จำเป็นในบันทึกการใช้งาน — รหัสผ่าน โทเคนยืนยันตัวตน ไฟล์ภาพลายมือชื่อ และไฟล์ภาพตราสัญลักษณ์ ถูกตัดออกจากบันทึกโดยอัตโนมัติ
  • ระงับสิทธิได้ทันที — เมื่อมีการระงับบัญชีผู้ใช้ เซสชันที่ค้างอยู่จะถูกตัดภายในเวลาไม่เกินหนึ่งนาที ไม่ต้องรอให้หมดอายุเอง
  • จำกัดจำนวนคำขอ — ระบบจำกัดอัตราการเรียกใช้งานรายผู้ใช้ เพื่อป้องกันการยิงคำขอจำนวนมากเพื่อดึงข้อมูลหรือเดารหัสผ่าน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบใดในโลกที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ เราจึงขอความร่วมมือให้ท่านตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกับบริการอื่น และไม่เปิดเผยรหัสผ่านให้ผู้อื่นทราบ

การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เราจะดำเนินการตามมาตรา 37 (4) ดังนี้

  • แจ้งเหตุต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้
  • หากเหตุนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะกระทบสิทธิและเสรีภาพของท่าน เราจะ แจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า พร้อมแนวทางเยียวยาที่ท่านควรดำเนินการ
  • หากเหตุนั้นเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่กิจการของท่านนำเข้าระบบ ซึ่งกิจการของท่านเป็นผู้ควบคุมข้อมูล เราจะ แจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า เพื่อให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลได้ทันกำหนดเวลา

ข้อมูลของผู้เยาว์

บริการของเราออกแบบสำหรับผู้ประกอบการและผู้ทำบัญชี เราไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยตรง

หากท่านนำเข้าข้อมูลของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าสู่ระบบ เช่น ในฐานะลูกจ้าง ท่านมีหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลที่จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ตามมาตรา 20 ให้ถูกต้องก่อน

หากเราทราบว่ามีการเก็บข้อมูลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมที่ถูกต้อง เราจะลบข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้

เราอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการให้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม

  • ทุกฉบับจะระบุ เลขที่ฉบับและวันที่มีผลใช้บังคับ ไว้ที่ส่วนหัวของเอกสาร
  • หากเป็นการแก้ไขใน สาระสำคัญ เช่น เพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่ หรือเพิ่มผู้รับข้อมูลรายใหม่ เราจะแจ้งให้ท่านทราบทางอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่มีผล
  • หากการแก้ไขนั้นต้องอาศัยความยินยอมของท่าน เราจะขอความยินยอมใหม่ก่อนเสมอ

การติดต่อและการร้องเรียน

ติดต่อเรา

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลทุกกรณี — การสอบถาม การใช้สิทธิ หรือการร้องเรียน — โปรดติดต่อตามช่องทางที่ระบุไว้ในข้อ 02 ของนโยบายฉบับนี้ เราจะติดต่อกลับภายใน 7 วันทำการ และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล

หากท่านเห็นว่าเราไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 73 โดยติดต่อได้ที่

หน่วยงาน
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
เว็บไซต์
www.pdpc.or.th

โปรดดูช่องทางและแบบฟอร์มการร้องเรียนที่เป็นปัจจุบันได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานฯ

นโยบายความเป็นส่วนตัว ฉบับที่ 1.1 · มีผลใช้บังคับวันที่ 21 กันยายน 2569

กลับหน้าแรก